ประวัติความเป็นมาของ "ร่มบิน"
|
พารามอเตอร์ หรือ ร่มบิน จีนเป็นชาติแรกที่พยายามทำร่มกระโดดลงมาจากหอสูงในราวปลาย ค.ศ.ที่ 15 ลีโอนาร์โดดาวินซี่ ( LEONARDO DA VINCI ) ได้ออกแบบร่มชูชีพทรงปิรามิดขึ้น รูปนี้ (รูปที่1) เป็นรูปที่ดาร์วินซี่ สเก็ตเอาไว้วัตถุประสงค์ก็เพื่อออกแบบอุปกรณ์ช่วยชีวิตจากอาคารสูงๆ หลังจากนั้นได้มีผู้ประดิษฐ์ร่มชูชีพแบบกลมมีโครงสร้างภายในที่เบาเพื่อช่วยในการเปิดร่มให้กางโดยปล่อยลงจากบัลลูน ในปี ค.ศ. 1785 จีน ปิแอร์ บลังชาร์ด นักบอลลูนชาวฝรั่งเศสได้ออกแบบสร้างร่มชูชีพโดยใช้ผ้าไหมมีโครงสร้างแบบพับได้ได้นำร่มชูชีพแบบกลมมาใช้ในการสังเกตการณ์ของเรือดำน้ำทำกันโดยลากร่มชูชีพพร้อมทหารขึ้นสูงๆ หลังสงครามสงบประชาชนในเยอรมัน และฮอลแลนด์ ได้นำร่มมาลากเล่นบนบกเพื่อความสนุกสนาน ร่มที่ใช้แบบกลมซึ่งควบคุมยากตอนปลาย ค.ศ.1950 บริษัทไพโอเนียร์พาราชู๊ทได้พัฒนาร่มแบบกลมออกมาเป็นรุ่นพาราคอมมานเดอร์ซึ่งสามารถลากได้ดีเหมือนกระโดดลงมา และร่อนได้ไกลกว่าแบบเก่าๆ แถมยังควบคุมได้ง่ายตอนปลายปี 1948 ฟรานซิส เมลวิน โรกัสโล ( FRANCIS MELVIN ROGALLO) ได้คิดประดิษฐ์ปีกอากาศยาน โดยใช้แรงดันของอากาศรักษารูปทรงของปีกไว้ โดยทำออกมาเป็นว่าวและเครื่องร่อนจำลองเล็กๆและต้นแบบของปีกที่เรียกว่าปีกแบบโรกัลโลได้เป็นต้นแบบของปีกร่มชูชีพ ร่มร่อน ร่มบินทั้งหลายครับ หรือเรียกชื่อปีกอีกอย่างหนึ่งตามหลักการเรียกปีกแบบ แรมแอร์ ( RAM-AIR PARACHUTE ) ดูรูปที่ 3-4ดั้งนั้นถ้าจะยกย่องให้คุณโรกัลโลเป็นบิดาแห่งวงการร่มร่อนก็ได้ถ้าไม่มีเขาป่านนี้เราไม่ได้บินร่มบินก็เป็นได้ครับ ในปี ค.ศ.1970 การเล่นลากร่มแบบแรมแอร์เป็นที่นิยมในประเทศอังกฤษ บางคนกล้าหน่อยก็ปลดเชือกแล้วร่อนลงเป้าหมาย ปัญหาก็คือร่มตกเร็ว เพราะออกแบบมาสำหรับกระโดดลงสู่เป้าหมายให้เร็ว ทำให้เกิดการบาดเจ็บที่เท้า และได้มีการพัฒนากันมาเรื่อยๆในปี ค.ศ.1983 สตีพ สไนเดอร์ ( STEVE SNYDER ) ได้นำเอาร่มแบบแรมแอร์มาทำร่มบินแบบโกคาร์ทหรือใช้ลูกล้อ ใช้เครื่องยนต์ 15 แรงม้า2 เครื่อง รูปร่างคล้าย พาราเพลน (PARAPLAN ) ในปัจจุบันแอนดรูว์ ครอเลย์ ( ANDREW CEOWLEY ) และจอห์น ฮาร์บอท ( JOHN HARBOT ) ซึ่งเป็นผู้ผลิตร่มได้พัฒนาแก้ไขการควบคุม และการแลนดิ้ง ทำให้ได้ร่มสำหรับร่อนหรือพาราไกลดิ้ง ( PARAGLIDING ) ให้พวกเราได้ใช้ร่อนกัน จอห์น ฮาร์บอทเป็นผู้ทดลอง และเป็นครูฝึกร่มร่อนคนแรกส่วนร่มบินแบบเครื่องสะพายหลัง คนแรกที่นำเครื่องยนต์มาสะพายบินก็คือคุณ ฟิลลิปส์ ชอกกาเก้( PHILIPPE JEORGEAGUET ) ชาวฝรั่งเศส ปี 1988 |
|
ร่มบินเป็นอากาศยานที่ปลอดภัยที่สุดในโลกขณะนี้ อีกทั้งค่าใช้จ่ายก็น้อย ค่าน้ำมันชั่วโมงละไม่ถึงร้อยบาท ตัวเครื่องพร้อมปีกก็เพียงแสนเศษๆ เท่านั้น ที่ว่าปลอดภัยเพราะปีกก็คือร่มชูชีพ เมื่อเครื่องดับก็ร่อนลงได้ปลอดภัย การควบคุมก็ง่ายเลี้ยวซ้ายก็ดึงสายข้างซ้าย เลี้ยวขวาก็ดึงข้างขวา ไต่ระดับก็เร่งเครื่องลดระดับก็เบาเครื่อง การเรียนก็ง่ายกว่าการขับเครื่องบินใช้เวลาในการฝึกเพียง 3-7 วันเท่านั้น |
|
พารามอเตอร์แบบสะพายหลัง ชาวยุโรปเป็นผู้ประดิษฐ์ขึ้นมาโดยมีส่วนประกอบต่างๆ คือ ตัวปีก หรือร่มจะประกอบด้วยปีก และสายร่มซึ่งโยงมาร่วมกันที่ไรเซอร์ ( RISERS ) ตัวปีกประกอบด้วยผ้าชั้นบน และชั้นล่างทำด้วยผ้าไนร่อนริปสต๊อบ ( RIPSTOP )ชนิดไม่มีรู ผ้าชิ้นบนและชิ้นล่างถูกยึดติดกันด้วยริบ ( RIB ) โดยแบ่งออกเป็นช่องๆซึ่งเรียกว่าเซล ( CELL )ผนังของเซลจะเจาะทะลุถึงกันเพื่อให้แรงดันเท่ากันทุกช่องตัวปีกด้านข้างจะโค้งลงทำหน้าที่เป็นตัวกันโคลง (STABILIZER ) สายร่มซึ่งทำหน้าที่ ยึดระหว่างปีกกับสายไรเซอร์จะทำด้วยเส้นใยเคฟล่าร์ ( KEVLAR ) ที่ใช้ทำเสื้อเกราะแต่ละเส้นก็รับน้ำหนักได้ร่วมร้อยกิโลบางเส้นก็ 150-220 กิโล คุณมั่นใจได้แน่กับความแข็งแรงของมัน สายไรเซอร์รุ่นใหม่ๆ มีหลายเส้น ตั้งแต่ 3-5 สายสายไรเซอร์ A จะเป็นสายที่รวมสายร่ม จากชายหน้าของปีก ส่วนสายไรเซอร์ B,C,Dก็จะจัดวางถัดไป ส่วนชายหลังของปีกจะโยงไปยังสายคอนโทรลสายไรเซอร์จะถูกยึดเข้ากับโครงเครื่องยนต์หรือชุดสายรัดตัว หรือฮาเนส ( HARNESS )ด้วยคาราไบเนอร์ ( CARABINER ) ซึ่งแต่ละตัวสามารถรับน้ำหนักได้เป็นหลายร้อยกิโล |
|
|

















ความคิดเห็น